|
6:52
เมื่อวาน เราพูดถึงบิดานอกสมรส ขอจดทะเบียนรับบุตรนอกสมรส เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ จะพูดถึงประเด็นกลับกัน คือ ผู้ชายไม่ยอมรับเด็กเป็นบุตร แต่ถูกฟ้องเพื่อขอให้รับเด็กเป็นบุตร เรื่องมีอยู่ว่า นายดำอยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางสาวแดง โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรหนึ่งคน คือ ด.ญ.ฟ้า โดยในระหว่างที่นางสาวแดงจะคลอด ด.ญ.ฟ้า นายดำได้เป็นคนพานางสาวแดงไปโรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยในวันนั้นเอง ความจริงก็เปิดเผยว่า นายดำได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับนางเหลืองมาก่อน ทำให้จากวันนั้น นายดำก็ห่างเหินไปจากนางสาวแดงและ ด.ญ.ฟ้า นางสาวแดงและ ด.ญ.ฟ้า ต้องอยู่กันอย่างลำบาก ในที่สุด นางสาวแดงตัดสินใจไปพบผู้บังคับบัญชาของนายดำ เพื่อให้มารับผิดชอบส่งเสีย ด.ญ.ฟ้า จนนายดำตกลงให้เงินก้อนหนึ่งแก่นางสาวแดงและ ด.ญ.ฟ้า นางสาวแดงจึงได้จัดทำเอกสารมีข้อความว่า "ข้าพเจ้า(นางสาวแดง) ยินยอมรับเงิน ๑ แสนบาท เป็นค่าทดแทนกรณีที่ข้าพเจ้าได้มีบุตรกับนายดำ" โดยทั้งนายดำและนางสาวแดงต่างก็เซ็นชื่อในเอกสารดังกล่าว เมื่อ ด.ญ.ฟ้าอายุได้ ๖ ปี นางสาวแดงประสงค์จะให้นายดำรับ ด.ญ.ฟ้าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่นายดำปฏิเสธ ด.ญ.ดำ โดยนางสาวแดง จึงฟ้องขอให้นายดำรับ ด.ญ.ฟ้าเป็นบุตร คำถาม คือ กรณีดังกล่าว นายดำจะต้องรับ ด.ญ.ฟ้า เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามกฎหมายแพ่ง เหตุประการหนึ่งที่เด็กสามารถฟ้องขอให้บิดารับตนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายได้ ก็คือ มีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน (มาตรา ๑๕๕๕(๓)) กรณีนี้ ศาลถือว่าเอกสารที่นางสาวแดงและนายดำเซ็นชื่อ เป็นเอกสารที่นายดำยอมรับว่า ด.ญ.ฟ้าเป็นบุตรของตน ถือเป็นเหตุที่จะให้นายดำรับ ด.ญ.ฟ้า เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายได้ (อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๙๖๘/๒๕๓๖) "มาตรา ๑๕๕๕ ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงมารดา โดยมิชอบด้วยกฎหมายในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ (๒) เมื่อมีการลักพาหญิงมารดาไปในทางชู้สาวหรือมีการล่อลวงร่วมประเวณี กับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ (๓) เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน (๔) เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดว่าเด็กเป็นบุตรโดยมีหลักฐานว่าบิดาเป็น ผู้แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น (๕) เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งหญิงมารดา อาจตั้งครรภ์ได้ (๖) เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้ง ครรภ์ได้ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็กนั้นมิได้เป็นบุตรของชายอื่น (๗) เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร" พฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตรนั้น ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดงความ เกี่ยวข้องฉันบิดากับบุตร ซึ่งปรากฏในระหว่างตัวเด็กกับครอบครัวที่เด็กอ้างว่าตนสังกัด อยู่ เช่น บิดาให้การศึกษา ให้ความอุปการะเลี้ยงดูหรือยอมให้เด็กนั้นใช้ชื่อสกุลของตน หรือโดยเหตุประการอื่น ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเป็นบิดาของเด็กนั้นได้ ให้ยกฟ้องเสีย --------------------------- Greatbest Legal Knowledge Sharing ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
0 Comments
Leave a Reply. |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed