|
นายฟ้า ถูกจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๒ ถึง ๖ ปี และปรับตั้งแต่ ๔ หมื่นบาทถึง ๑ แสน ๒ หมื่นบาท
ร้อยตำรวจเอกแดงได้ขอให้นายแพทย์เหลืองเจาะเหลือของฟ้าเพื่อไปตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย นายแพทย์เหลืองจึงได้สอบถามและขอความยินยอมจากฟ้า ซึ่งฟ้าตกลงให้แพทย์เจาะเลือด ปรากฏว่า ในชั้นศาล ฟ้าต่อสู้ว่าตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑/๑ การตรวจพิสูจน์ที่ต้องตรวจเก็บตัวอย่างเลือดจากร่างกายของผู้ต้องหาในความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน ๓ ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหา แต่ในกรณีของตน ตนไม่ได้ให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น การเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อไปตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย รายงานการตรวจเลือดจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ คดีในทำนองเดียวกันนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๑๔/๒๕๖๕ ว่า ๑. กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑/๑ วรรคสอง ไม่ได้บัญญัติว่า การให้ความยินยอมต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น การให้ความยินยอมจึงอาจทำโดยวิธีอื่นได้ ๒. การที่ร้อยตำรวจเอกแดง ร้องขอนายแพทย์เหลืองเจาะเลือดของจำเลย โดยนายแพทย์เหลืองได้สอบถามฟ้าก่อนเจาะเลือด ซึ่งมาตรฐานในการตรวจเลือดของคนไข้จะต้องสอบถามและได้รับความยินยอมจากคนไข้ก่อนทุกครั้ง จนฟ้ายินยอมให้เจาะเลือดได้ ก็เท่ากับฟ้าให้ความยินยอมในการเจาะเลือดแล้ว ดังนั้น รายงานการตรวจวิเคราะห์เลือดจึงเป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ ----------------------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๔ เมษายน ๒๕๖๖
0 Comments
Leave a Reply. |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed