|
เรื่องนี้ เป็นเรื่องหลอกลวง online อีกแล้วครับท่าน แต่ก็เป็นบทเรียนสอนใจว่า....สติสำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มีสติ แล้วเกิดความเสียหายกับเรา เรานี่แหล่ะ ที่จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการกระทำที่ไร้สติของเราด้วย
เรื่องมีอยู่ว่า นายสติ (ที่ไม่ค่อยมีสติ) เป็นผู้มีทั้งบัญชีเงินฝากและบัญชีบัตรเครดิตกับธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย จำกัด โดยตัวเลขบัญชีเงินฝาก ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ มีทั้งสิ้น ๑ แสนห้าหมื่นบาท โดยต่อมา ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นายสติได้ไปขอทำบัตร ATM สำหรับบัญชีเงินฝากดังกล่าว ปรากฏว่า ในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ นายสติได้รับใบแจ้งยอดการใช้บัตรเครดิต โดยมีปรากฏรายการการใช้บัตรเครดิตในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ อยู่ ๖ รายการ โดยนายสติปฏิเสธการชำระเงินรายการสุดท้าย อันได้แก่ รายการเบิกถอนเงินสด จำนวน ๑ แสนบาท ซึ่งทำรายการเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ โดยให้เหตุผลกับธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวยว่าตนไม่ได้ใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัตรเครดิตเบิกถอนเงินสดดังกล่าว ธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย จำกัด จึงได้นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาล เพื่อขอให้บังคับให้นายสติชำระเงินจำนวน ๑ แสนบาท ให้แก่ธนาคาร ในชั้นศาล ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มดังนี้ ๑. พนักงานของธนาคารให้ข้อมูลต่อศาลว่า (๑) นายสติใช้บัตรเครดิตเบิกถอนเงินสดผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ ๑ แสนบาท (๒) ปกติ ในการทำธุรกรรมของนายสติกับธนาคาร ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารจะได้รับข้อมูลของนายสติ ได้แก่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรเอทีเอ็มที่นายสติเคยสมัครใช้บริการไว้กับธนาคาร โดยข้อมูลดังกล่าวถูกส่งผ่าน application ของธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสำหรับสมัครขอใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ทำธุรกรรมการถอนเงิน โอนเงิน หรือชำระสินค้าและค่าบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อธนาคารตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของนายสติแล้วจริง จึงส่ง OTP แก่นายสติผ่านเข้าไปยังเบอร์มือถือของนายสติที่ได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร ภายหลังจากที่ธนาคารได้รับการยืนยัน OTP ว่าถูกต้องตรงกัน จึงอนุมัติให้นายสติใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ได้ (๓) สำหรับการเบิกถอนเงินสดโดยใช้บัตรเครดิตครั้งนี้ ก็ดำเนินการอย่างเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ มีผู้ส่งคำสั่งขอถอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากบัตรเครดิตของนายสติ ธนาคารเชื่อว่าเป็นคำสั่งของนายสติจริง จึงส่งรหัส OTP สำหรับธุรกรรมในการถอนเงินครั้งนี้ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของนายสติตามแบบพิธีปฏิบัติของธนาคาร เมื่อได้รับการยืนยัน OTP จึงอนุมัติรายการเบิกถอนเงินสด และนำเข้าบัญชีเงินฝากของนายสติตามคำสั่ง ๒. นายสติให้ข้อมูลต่อศาลว่า (๑) ตนเองเคยใช้โทรศัพท์หมายเลขที่เคยให้ไว้แก่ธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว และไม่รู้ว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวอยู่ที่ใด (๒) สาเหตุที่นายสติเปิดใช้บริการบัตร ATM ภายหลังที่ได้เปิดบัญชีเงินฝากไปเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากนายสติได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากคนร้ายว่าธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวยจะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย และคนร้ายให้นายสติพูดคุยโทรศัพท์กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งบุคคลดังกล่าวแนะนำให้จำเลยไปเปิดใช้บริการ ATM จากนั้น จึงรู้ว่ามีการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากและจากบัตรเครดิตของตนไปยังบุคคลภายนอก (๓) ตนไม่เคยได้รับหรือทราบรหัส OTP ที่ธนาคารอ้างว่าส่งให้แก่ตน (๔) กรณีที่เปิดขึ้นเป็นความประมาทเลินเล่อของธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย ที่ปล่อยปละละเลยให้คนร้ายนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายแก่นายสติซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์ โดยธนาคารไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบเยี่ยงผู้มีวิชาชีพ และอาจเป็นเพราะระบบความปลอดภัยของธนาคารยังไม่ได้มาตรฐานเช่นของสถาบันการเงินอื่น ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ (ก) คดีฟังได้ว่าจำเลยทำธุรกรรมดังกล่าวกับโจทก์โดยใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อันเป็นข้อมูลส่วนตัวของนายสติจริง (ข) แม้ธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย จะประกอบกิจการธนาคารอันเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินและออกแบบธุรกรรมอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียม แต่ข้อมูลที่ใช้ในการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวล้วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของนายสติที่เป็นข้อมูลที่ "อยู่ในความรู้เห็นของนายสติ" โดยเฉพาะ ยากที่บุคคลอื่นใดจะล่วงรู้ข้อมูลเหล่านั้นได้ จะถือว่าธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวยปล่อยปละละเลยเป็นเหตุให้คนร้ายนำข้อมูลของนายสติไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายแก่นายสติซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารไม่ได้ (ค) ที่นายสติคิดว่า ที่คนร้ายระบุให้นายสติไปทำบัตร ATM ที่ธนาคารยิ่งอยู่ยิ่งรวย อาจเป็นเพราะระบบความปลอดภัยของธนาคารยังไม่ได้มาตรฐานเช่นของสถาบันการเงินอื่นนั้น เป็นเพียงการคิดวิเคราะห์ตามความรู้ความเห็นของตนโดยลำพังไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน (ง) ที่อ้างว่า นายสติไม่เคยได้รับหรือทราบรหัส OTP ที่ธนาคารส่งให้แก่ตน ทั้งที่ยอมรับแล้วว่าเคยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขที่เป็นช่องทางการติดต่อระหว่างธนาคารกับตน แต่ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะนำมารับฟังเพื่อหักล้างธุรกรรมโดยใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะหากนายสติไม่ได้ใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ข้อมูลของตนและรหัสโอทีพีที่รับส่งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ยากที่จะมีการสมัครเข้ารับบริการและออกคำสั่งถอนเงินจากบัตรเครดิตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ดังนี้ นายสติจะต้องรับผิดในหนี้เงินที่ได้มีการเบิกถอนโดยใช้บัตรเครดิต อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๓๑๐/๒๕๖๕ --------------------------------------------- Greatbest Legal Knowkedge Sharing ๕ มีนาคม ๒๕๖๖ www.greatbestlegal.com
0 Comments
Leave a Reply. |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed