|
นายดำกับนางแดงเป็นสามีภริยากันถูกต้องตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน ๑ คน นางแดงขอนายดำไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ต่างประเทศ เนื่องจากรายได้ดีกว่าการทำงานที่ไทย โดยขณะที่อยู่ที่ต่างประเทศ นางแดงก็ส่งรายได้กลับมาให้นายดำเพื่เลี้ยงดูครอบครัวเป็นประจำทุกเดือน แต่ว่าตัวเองก็ไม่ได้กลับมาเมืองไทยเนื่องจากนายจ้างให้หยุดเพียงเวลาสั้นๆ
นับถึงปัจจุบัน นางแดงไม่ได้กลับเมืองไทยมากว่า ๕ ปีแล้ว ในระหว่างนั้น นายดำเกิดอาการเหงา จึงได้ไปคบกับนางสาวฟ้า และหลงรักนางสาวฟ้า สุดท้ายก็อยากจะหย่ากับนางแดง จึงได้ไปฟ้องหย่า โดยอาศัยเหตุว่านางแดง "จงใจทิ้งร้างตนไปเกินกว่า ๑ ปี" ประเด็นคือ การที่นางแดงไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปี ถือว่า "จงใจทิ้งร้าง" จนเป็นเหตุที่ทำให้นายดำสามารถฟ้องหย่าได้หรือไม่ ศาลได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวไว้ว่า การที่สามียินยอมให้ภริยาไปประกอบอาชีพเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ถือไม่ได้ว่าภริยาจงใจละทิ้งร้าง ไม่สามารถอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ ดังนั้น การที่นางแดงไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปี เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยความยินยอมของนายดำ ไม่ถือว่านางแดง "จงใจทิ้งร้าง" นายดำ จนเป็นเหตุที่ทำให้นายดำสามารถฟ้องหย่าได้ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๙๖๒/๒๕๒๖ มาตรา ๑๕๑๖ เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้ (๑) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็น ชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (๒) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญา หรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่ว อยู่ต่อไป หรือ (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะและความเป็น อยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๓) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือ เหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีก ฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๔) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๔/๑) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีใน ความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็น เป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีก ฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๔/๒) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (๕) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็น เวลาเกินสามปี โดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (๖) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร หรือ ทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรงทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้น ถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๗) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยาก จะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีก ฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (๘) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่ง ฟ้องหย่าได้ (๙) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรค มีลักษณะเรื้อรัง ไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (๑๐) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้น ไม่อาจร่วมประเวณีได้ ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ --------------------------- Great&Best Knowledge Sharing by Dr.James ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
0 Comments
Leave a Reply. |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed