|
นายสมานตั้งใจจะซื้อคอนโดแถวสุขุมวิท จึงได้เข้าไปติดต่อกับสำนักงานขายของคอนโด PLN ที่โฆษณาว่า มีเงินแค่ ๒ หมื่น ก็เข้าอยู่ได้ทันที
เมื่อไปดูคอนโดดังกล่าว นายสมานก็ตัดสินใจซื้อคอนโดดังกล่าวทันที จึงตัดสินใจจะวางเงิน ๒ หมื่นบาท และได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายโดยระบุว่า "ในวันทำสัญญา นายสมานได้วางเงิน ๒ หมื่นบาทเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา โดยจะต้องรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดภายใน ๓๐ วัน" อย่างไรก็ดี ในวันรุ่งขึ้น นายสมานได้รับการติดต่อจากโครงการว่า ห้องที่นายสมานจองไว้ มีคนสนใจเยอะมาก เพราะเป็นห้องที่ดีที่สุด ทางโครงการไม่แน่ใจว่านายสมานจะรับโอนกรรมสิทธิ์จริงหรือไม่ จึงขอให้นายสมานวางมัดจำเพิ่มเติม นายสมานจึงกลับไปยังโครงการ และชำระเงินเพิ่มเติมอีก ๑ แสน ๘ หมื่นบาท ปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ นายสมานไปพบบ้านเดี่ยวที่ราคาพอ ๆ กับคอนโดดังกล่าว ที่มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ขณะที่ใกล้โรงเรียนของลูก ๆ นายสมานจึงไม่ได้ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ และไปขอยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด พร้อมขอเงินที่วางไว้ทั้ง ๒ แสนบาท คืนจากโครงการ โครงการปฏิเสธที่จะคืนเงินทั้ง ๒ แสนบาท โดยอ้างว่า ทั้ง ๒ แสนบาทเป็นมัดจำ ที่โครงการมีสิทธิริบได้ เพราะนายสมานไม่ปฏิบัติตามสัญญา ประเด็นคือ ใครมีสิทธิในเงิน ๒ แสนบาทนี้ หลักในเรื่องนี้ มีดังนี้ครับ ๑. เงินที่เป็นหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำขึ้นแล้ว หรือเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ที่จะเป็นมัดจำที่ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาสามารถรับได้นั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ได้ให้กันไว้ในวันทำสัญญา (กฎหมายแพ่ง มาตรา ๓๗๗) ๒. กรณีขอนายสมาน มีเงิน ๒ ก้อนที่มอบแก่กันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา คือ ๒ หมื่นบาทก้อนแรกที่นายสมานให้ไว้ในวันทำสัญญา กับ ๑ แสน ๘ หมื่นบาทก้อนหลังที่นายสมานให้ไว้ในวันถัดมา ๓. เฉพาะเงินก้อนแรกเท่านั้นที่เป็นมัดจำที่โครงการสามารถริบได้ ส่วนก้อนหลัง ริบไม่ได้เพราะไม่ใช่มัดจำ เนื่องจากไม่ได้ให้ในวันทำสัญญา อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๑๒๒/๒๕๔๙ ---------------------------------------- Greatbest Knowledge Sharing ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๖
0 Comments
Leave a Reply. |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed