|
GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๙)
"ทำงานไม่ครบ ๑ ปี หยุดพักผ่อนไม่ได้ ถ้านายจ้างไม่กำหนดหรือไม่ตกลง" นายสมุทรทำงานกับบริษัท สมัย จำกัด มาเป็นระยะเวลา ๑๐ เดือน ประสงค์จะหยุดพักผ่อน แต่บริษัทไม่ให้หยุด โดยอ้างว่านายสมุทรทำงานมาไม่ถึง ๑ ปี บริษัทอ้างอย่างนี้ได้หรือเปล่า? ประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๘๓/๒๕๖๔ ว่า ๑.พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า"ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน..." อันเป็นบทกำหนดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ที่ทำให้ลูกจ้างเกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับการทำงานปีแรกได้ “ก็ต่อเมื่อ” ทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ ๑ ปี ๒. ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานยังไม่ครบ ๑ ปี ลูกจ้างจะเกิดสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนของระยะเวลาการทำงานได้เมื่อนายจ้างกำหนดหรือตกลงให้ตามมาตรา ๓๐ วรรคสี่ ดังนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทสมัย จำกัด กำหนด อนุญาต หรือตกลงให้นายสมุทรหยุดพักผ่อนได้ แม้จะทำงานไม่ครบ ๑ ปี บริษัทจึงมีสิทธิห้ามมิให้นายสมุทรหยุดพักผ่อนประจำปีได้ ----------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖
0 Comments
GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๘)
"สัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นเมื่อคำเสนอ สนอง ต้องตรงกัน ไม่ต้องรอให้มีการจัดทำสัญญาเป็นหนังสือก่อนครับ" นายสมุทรยื่นใบสมัครงานต่อบริษัท สมัย จำกัด โดยระบุตำแหน่งที่ต้องการคือผู้จัดการฝ่ายความเสี่ยง และเงินเดือนที่ประสงค์จะได้รับคือ ๖ หมื่นบาท ในวันสัมภาษณ์ นางสาวสมุย ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัท สมัย จำกัด เป็นผู้สัมภาษณ์นายสมุทร และแจ้งให้นายสมุทรทราบว่า บริษัทรับนายสมุทรเข้าทำงานในตำแหน่งและเงินเดือนที่นายสมุทรระบุไว้ อย่างนี้ ถือว่าสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นแล้วหรือยัง และเกิดขึ้นเมื่อใด ประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๙๘๓/๒๕๖๔ วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๕ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา ๕ ไม่ได้กำหนดว่าสัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือ และย่อมต้องเกิดขึ้นได้เมื่อมีการแสดงเจตนาทำคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกันว่าฝ่ายหนึ่งตกลงทำงานและอีกฝ่ายตกลงจ่านสินจ้างหรือค่าตอบแทนการทำงานตลอดระยะเวลาที่ทำงานให้ ดังนั้น กรณีของนายสมุทรถือว่าสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้น ณ เวลาที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลตอบตกลงรับนายสมุทรเข้าทำงานแล้วครับ ----------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ดูข้อมูลเชิงลึกและโฆษณา โปรโมทโพสต์ ถูกใจ แสดงความคิดเห็น แชร์ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๗)
"นายจ้างปิดกิจการเพราะพิษเศรษฐกิจและต้องเลิกจ้างลูกจ้าง ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม" บริษัท ทองคำ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ส่งออกไปยุโรปและอเมริกา ประสบปัญหาทางการเงิน ขาดสภาพคล่องในทางธุรกิจ เพริดเศรษฐกิจโลก จนสุดท้ายไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ต้องหยุดประกอบกิจการ จึงเลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมด ถือว่าเป็นการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ เรื่องดังกล่าว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ได้มีคำพิพากษาที่ ๑๔๙๙ – ๑๕๐๙/๒๕๖๓ วินิจฉัยว่า การที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการเนื่องจากเศรษฐกิจที่ถดถอย จึงต้องเลิกจ้างลูกจ้างทั้งหมดโดยไม่ปรากฏว่ามีการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ จึงเป็นการเลิกจ้างที่จำเป็นและมีเผตุผลสมควรเพียงพอ ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ----------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๖)
“ให้ลูกจ้างไปทำงานต่างประเทศ แล้วลูกจ้างไม่ยอม จึงเลิกจ้าง ถือว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม“ นายทองคำ สั่งนายจุ่น ลูกจ้างตำแหน่งวิศวกร ให้ไปประจำโครงการที่ประเทศกวม นายจุ่นไม่ยินยอมไปเนื่องจากเหตุผลทางครอบครัวที่ลูกยังเล็ก นายทองคำจึงเลิกจ้างนายจุ่น ถือว่าการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ เรื่องดังกล่าว ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ได้มีคำพิพากษาที่ ๔๖/๒๕๖๓ วินิจฉัยว่า การที่นายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานเป็นวิศวกรประจำโครงการที่ต่างประเทศ โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ย่อมเป็นการเพิ่มภาระอย่างมากแก่ลูกจ้างและครอบครัว ยากที่จะปฏิบัติตามคำสั่งได้ จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้อำนาจจัดการบริหารงานบุคคลตามความเหมาะสมหรือความจำเป็น ถือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม เมื่อนายจ้างเลิกจ้างเพราะนายจุ่นไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ---------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๕)
“ให้ลูกจ้างทำงานขับรถโดยสารล่วงเวลาเกินกว่าวันละ ๒ ชั่วโมง ผิดกฎหมาย แต่ก็ยังต้องจ่ายค่าล่วงเวลานะครับ“ จากข้อเท็จจริงเมื่อวานที่นายทองอ้น เป็นพนักงานขับรถโดยสารให้กับบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง โดยให้นายทองอ้น ขับรถตั้งแต่เวลา ๘ โมงเช้า จนถึง บ่ายสี่โมงเย็น และทำงานล่วงเวลาจนถึงเวลา ๓ ทุ่ม ทุกวัน แล้วเราก็รู้กันว่าผิดกฎหมายเนาะ คำถามคือ ทองอ้นมีสิทธิได้ OT จากการทำล่วงเวลาที่ผิดกฎหมายนั้นหรือไม่ เรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๐๐-๔๕๔๑/๒๕๖๓ ว่า แม้ข้อเท็จจริง จะปรากฏว่ามีการทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดเวลาทำงานล่วงเวลาที่เป็นการผิดกฎหมายก็ตาม แต่เมื่อทองอ้นทำงานล่วงเวลาไปแล้ว ก็ย่อมมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาจากบริษัท ---------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๔)
“ให้ลูกจ้างทำงานขับรถโดยสารล่วงเวลาเกินกว่าวันละ ๒ ชั่วโมง ผิดกฎหมายนะครับ“ นายทองอ้น เป็นพนักงานขับรถโดยสารให้กับบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง โดยให้นายทองอ้น ขับรถตั้งแต่เวลา ๘ โมงเช้า จนถึง บ่ายสี่โมงเย็น และทำงานล่วงเวลาจนถึงเวลา ๓ ทุ่ม ทุกวัน อย่างนี้ ผิดกฎหมายหรือไม่ครับ เรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๐๐-๔๕๔๑/๒๕๖๓ ว่า ๑. กิจการของบริษัทแห่งนี้ และงานที่ทองอ้นทำเป็นงานขนส่งทางบก ๒. สัญญาจ้างแรงงานระหว่างบริษัท และทองอ้น จึงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๒๒ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๔๑) ออกตามความกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ๓. ด้วยเหตุที่งานขนส่งทางบกมีสภาพการจ้างและลักษณะการทำงานแตกต่างกับการจ้างแรงงานทั่วไป งานขนส่งทางบกเป็นงานที่ต้องให้เกิดความปลอดภัยไม่เฉพาะแก่ผู้ขับขี่ยานพาหนะ แต่เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย กฎกระทรวงจึงกำหนดเวลาทำงานของลูกจ้างในงานขนส่งทางบกวันหนึ่งไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้าง โดยจะทำงานล่วงเวลาได้วันหนึ่งไม่เกิน ๒ ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น การที่นายทองอ้นกับบริษัทตกลงกำหนดเวลาทำงานล่วงเวลาเกินวันละ ๒ ชั่วโมง จึงผิดกฎหมายนะครับ ---------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๓)
“จงใจไม่จ่ายค่าจ้าง ต้องเสียเงินเพิ่มให้ลูกจ้างทุก ๗ วันนะครับ“ นางสาวฟ้าใส เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ตามสัญญาจ้าง ได้กำหนดว่าบริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้แกนางสาวฟ้าใสทุกวันสิ้นเดือน ปรากฏว่า บริษัทจ่ายเงินเดือนเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ให้แก่นางสาวฟ้าใสในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ทั้ง ๆ ที่ได้จ่ายให้แก่พนักงานอื่นตามปกติ อย่างนี้ ถือว่าบริษัทผิดนัดหรือไม่ ในเรื่องนี้ เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๙ วรรคสอง ที่กำหนดว่า ในกรณีที่นายจ้างจงใจไม่คืนหรือไม่จ่ายเงินตามวรรคหนึ่งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกําหนดเวลา ๗ วันนับแต่วันที่ถึงกําหนดคืนหรือจ่าย ให้นายจ้างเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละ ๑๕ ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลา ๗ วัน ซึ่งเมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัทไม่จ่ายค่าจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บริษัทจึงต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ ๑๕ ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลา ๗ วัน ---------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๒)
“จะเตือนเพื่อเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องเป็นการห้ามอย่างชัดเจน ถ้าทำผิดซ้ำอีกจะถูกลงโทษ“ นายสุดสำอาง มาทำงานสายเป็นประจำ บริษัทก็ได้ออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ถึง ๓ ครั้ง โดยระบุหนังสือเตือนฉบับสุดท้ายเพียงว่า นายสุดสำอางการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โดยไม่มีข้อความที่ระบุในทำนองว่า บริษัทยังให้โอกาสนายสุดสำอางมีโอกาสปรับปรุงตัวอีกครั้ง และไม่ได้ระบุว่าจะได้ลงโทษนายสุดสำอางอย่างไร ปรากฏว่า หลังจากนั้น นายสุดสำอางยังคงมาสายอีก บริษัทจึงเลิกจ้างนายสุดสำอาง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย โดยอ้างมาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) กฎหมายคุ้มครองแรงงานว่านายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ประเด็นคือการเตือนของบริษัทก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นการเตือนตามมาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) แล้วหรือไม่ เรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๗๗๑/๒๕๖๔ ว่า ๑. หนังสือเตือนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง (๔) จะต้องประกอบด้วยข้อความซึ่งแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างให้เพียงพอที่ลูกจ้างจะเข้าใจการกระทำของตนและต้องมีข้อความที่มีลักษณะเป็นการเตือนโดยห้ามมิให้ลูกจ้างกระทำเช่นนั้นซ้ำอีก หากทำผิดซ้ำอีกจะถูกลงโทษ ๒. หนังสือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรของบริษัท ที่เตือนนายสุดสำอาง ไม่ได้เป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นการเตือนโดยห้ามมิให้ลูกจ้างกระทำเช่นนั้นซ้ำอีก หากทำผิดซ้ำอีกจะถูกลงโทษด้วยไม่ จึงไม่เป็นหนังสือเตือนตามมาตรา ๑๑๙ ดังกล่าว ดังนั้น การเลิกจ้างนายสุดสำอาง จึงต้องจ่ายค่าชดเชยนะครับ ---------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๑)
"นายจ้างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ยังไม่มีผลเป็นการเลิกจ้างลูกจ้างนะครับ" บริษัทบ๊ายบาย จำกัด ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ จะมีผลทำให้สัญญาจ้างระหว่างบริษัทกับพนักงานที่เป็นลูกจ้างของบริษัท สิ้นสุดลงหรือไม่ ประเด็นทำนองนี้ ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๕๕๓-๕๙๓๒/๒๕๖๔ วินิจฉัยไว้ว่า การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์บริษัท บ๊าย บาย จำกัดเด็ดขาด มีผลเพียงทำให้บริษัทไม่อาจดำเนินการได้ด้วยตนเอง ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการแทนตามมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ ไม่ได้มีผลทำให้ความเป็นนิติบุคคลของบริษัทดังกล่าว และความสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างบริษัทซึ่งเป็นนายจ้างกับพนักงานของบริษัททั้งหมดสิ้นสุดลงหรือระงับลงในทันทีเพราะเหตุที่บริษัทถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแต่อย่างใด ดังนั้น จึงยังไม่ถือว่าบริษัทได้เลิกจ้างพนักงานในวันดังกล่าว *website ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา ----------------------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๔๗๐)
"โอนย้ายลูกจ้างไปบริษัทใหม่ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนนะครับ" นายเพดดีกรี เป็นลูกจ้างทำหน้าที่ช่างทาสีของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปอยู่กับบริษัทในเครือ เพราะบริษัทเดิมยุบฝ่ายงานของนายเพดดีกรี ซึ่งเป็นไปตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างนายเพดดีกรีและบริษัทที่กำหนดว่า นายจ้างมีสิทธิโอนย้ายตำแหน่งหรือหน้าที่การงานของลูกจ้างในบริษัทหรือบริษัทในเครือตามที่นายจ้างจะเห็นสมควรได้ นายเพดดีกรีไม่ยินยอมโอนย้ายไป บริษัทจึงเลิกจ้างนายเพดดีกรี คำถามคือ การโอนย้ายข้างต้น ต้องได้รับความยินยอมจากนายเพดดีกรีหรือไม่ ประเด็นทำนองนี้ ได้มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๓-๖/๒๕๖๓ วินิจฉัยไว้ว่า ๑. บริษัทใหม่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัทที่เป็นนายจ้าง การโอนพนักงานไปบริษัทใหม่ จึงเป็นการโอนสิทธิของนายจ้างไปยังบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๗ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย ๒. แม้สัญญาจ้างแรงงานจะระบุให้นายจ้างมีสิทธิโอนย้ายตำแหน่งหรือหน้าที่การงานของลูกจ้างในบริษัทหรือบริษัทในเครือตามที่นายจ้างจะเห็นสมควรได้ ก็เป็นเพียงข้อตกลงที่ให้สิทธินายจ้าง แต่ยังถือไม่ได้ว่าลูกจ้างให้ความยินยอมไว้ล่วงหน้าโดยปริยายแล้ว ๓. เมื่อนายจ้างโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือและให้ตำแหน่งในบริษัทสิ้นสุดลง โดยนายเพดดีกรีไม่ยินยอม จึงเป็นการเลิกจ้างโดยนายเพดดีกรีมิได้กระทำความผิด *กองนิติการ กระทรวงแรงงาน ----------------------------------- Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed