GREATBESTLEGAL.COM กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน
  • HOME
  • BLOG: GB Legal Issues

"ไปตะโกนด่าคนอื่นหน้าบ้านในยามวิกาล ผิดกฎหมายอาญานะครับ"

6/29/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๙)
"ไปตะโกนด่าคนอื่นหน้าบ้านในยามวิกาล ผิดกฎหมายอาญานะครับ "
​
เรื่องนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่เล่าเมื่อวานว่า ขาวและน้ำตาลต่างคนต่างด่ากันและกัน  ไม่ถือว่าต่างฝ่ายต่างผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า

ปรากฏว่า น้ำตาลแค้นมาก  เพราะตนเป็นฝ่ายถูกด่าก่อน  จึงไปยืนตะโกนด่าขาวที่หน้าบ้านตั้งแต่เย็นจนถึงดึก 

น้ำตาลผิดอะไรมั๊ย???

กรณีทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๓๙๘/๒๕๐๖ ว่า    การที่น้ำตาลไปยืนด่าขาวที่หน้าบ้านของขาวตั้งแต่เย็นจนถึงช่วงดึกอันเป็นเวลาหลับนอนของขาวซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้าน ถือได้ว่าเป็นการทำให้ขาวได้รับความเดือดร้อน รำคาญ เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา ๓๙๗ กฎหมายอาญา ที่กำหนดว่า "ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคามหรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าพันบาท"

------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"ด่ากันไปไปมา   ไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้านะครับ"

6/29/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๘)
"ด่ากันไปไปมา   ไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้านะครับ"
​
ขาวทะเลาะกับน้ำตาล จนมีปากเสียงกัน  ขาวด่าน้ำตาลว่า "ชาติหมา"  น้ำตาลก็โต้กลับว่า "แกก็หมาไม่ต่างกัน"

ต่างฝ่ายต่างไปแจ้งความอีกฝ่าย เพื่อให้ตำรวจลงโทษฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า 

ตกลงผิดมั๊ย???

ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา จะเป็นไปตามมาตรา ๓๙๓ ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดว่าใครก็ตามที่ดูหมิ่นผู้อื่น "ซึ่งหน้า" หรือ "ด้วยการโฆษณา" ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑ หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีทำนองเดียวกับกรณีของขาวและน้ำตาล  ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๔๒๐/๒๕๓๔ ได้วินิจฉัยว่า ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้านั้น กฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้ที่ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าแต่ฝ่ายเดียวโดยที่ผู้ถูกดูหมิ่นนั้นมิได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นโต้ตอบด้วย  ดังนั้น กรณีของขาวและน้ำตาลที่มีการโต้ตอบกันไปมา  ถือว่าต่างฝ่ายต่างสมัครใจกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นซึ่งกันและกัน การกระทำของทั้งคู่จึงไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่น ซึ่งหน้านะคร๊าบบบ

------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"สิทธิเหนือพื้นดิน สามารถถูกยกเลิกได้ ถ้าเป็นสิทธิเหนือพื้นดินที่ไม่มีกำหนดเวลา"

6/27/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๗)
"สิทธิเหนือพื้นดิน สามารถถูกยกเลิกได้ ถ้าเป็นสิทธิเหนือพื้นดินที่ไม่มีกำหนดเวลา"
​
ทองอินทร์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง  ได้ตกลงด้วยวาจาให้จุ่นปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินแปลงดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า "ตลอดชีวิต"   

ทองอินทร์จะเปลี่ยนใจในภายหลังได้หรือไม่

...การที่ทองอินทร์ให้จุ่นปลูกบ้านในที่ดินของตน  เป็นการให้จุ่นมี "สิทธิเหนือพื้นดิน" บนที่ดินแปลงดังกล่าว  ซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินนี้  ได้รับการรับรองตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๔๑๐ ซึ่งกำหนดว่า “เจ้าของที่ดินอาจก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่บุคคลอื่น โดยให้บุคคลนั้นมีสิทธิเป็นเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเพาะปลูก บนดินหรือใต้ดินนั้น”  ส่วนระยะเวลาของการมีสิทธิเหนือพื้นดินนั้น  เจ้าของที่ดินสามารถกำหนดเวลาก็ได้ หรือจะกำหนดไว้ตลอดชีวิตของเจ้าของที่ดินหรือของผู้ได้สิทธิ ก็ได้ ตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๔๑๒ ที่กำหนดว่า "สิทธิเหนือพื้นดินนั้นจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลา หรือตลอดชีวิต เจ้าของที่ดิน หรือตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดินนั้นก็ได้"

ส่วนสิทธิของเจ้าของที่ดินที่จะเปลี่ยนใจได้นั้น  ได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา ๑๔๑๓ ว่า "ถ้าสิทธิเหนือพื้นดินนั้นไม่มีกำหนดเวลาไซร้ ท่านว่าคู่กรณีฝ่ายใดจะบอกเลิกเสียในเวลาใดก็ได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้าแก่อีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร ถ้ามีค่าเช่า ซึ่งจำต้องให้แก่กันไซร้ ท่านว่าต้องบอกล่วงหน้าปีหนึ่ง หรือให้ค่าเช่าปีหนึ่ง"

ดังนั้น เมื่อจุ่นได้สิทธิเหนือพื้นดินตลอดชีวิต  ถือว่าเป็นสิทธิเหนือพื้นดินไม่มีกำหนดเวลา   ทองอินทร์จึงมีสิทธิบอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินดังกล่าวได้  (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๐๖๘/๒๕๕๔)
 
------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"ภาระของเจ้าของที่ดินตามสิทธิเหนือพื้นดิน ตกเป็นมรดกแก่ทายาทของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน"

6/26/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๖)
"ภาระของเจ้าของที่ดินตามสิทธิเหนือพื้นดิน ตกเป็นมรดกแก่ทายาทของผู้เป็นเจ้าของที่ดินด้วยนะครับ"
​
ทองอินทร์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง  ได้ตกลงด้วยวาจาให้จุ่นปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินแปลงดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า "ตลอดชีวิต"   

ข้อตกลงดังกล่าวใช้ได้จริงหรือ????

...การที่ทองอินทร์ให้จุ่นปลูกบ้านในที่ดินของตน  เป็นการให้จุ่นมี "สิทธิเหนือพื้นดิน" บนที่ดินแปลงดังกล่าว  ซึ่งสิทธิเหนือพื้นดินนี้  ได้รับการรับรองตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๔๑๐ ซึ่งกำหนดว่า “เจ้าของที่ดินอาจก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินเป็นคุณแก่บุคคลอื่น โดยให้บุคคลนั้นมีสิทธิเป็นเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเพาะปลูก บนดินหรือใต้ดินนั้น”  ส่วนระยะเวลาของการมีสิทธิเหนือพื้นดินนั้น  เจ้าของที่ดินสามารถกำหนดเวลาก็ได้ หรือจะกำหนดไว้ตลอดชีวิตของเจ้าของที่ดินหรือของผู้ได้สิทธิ ก็ได้ ตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๔๑๒ ที่กำหนดว่า "สิทธิเหนือพื้นดินนั้นจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลา หรือตลอดชีวิต เจ้าของที่ดิน หรือตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดินนั้นก็ได้"

ดังนั้น จุ่นจึงเป็นผู้มีสิทธิเหนือที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดชีวิตของจุ่น ตามที่ทองอินทร์ได้ตกลงไว้

ประเด็นคือ แล้วภาระหน้าที่ของเจ้าของที่ดินที่ได้ให้สิทธิเหนือพื้นดินแก่ผู้อื่นนี้  จะตกเป็นภาระของทายาทผู้รับมรดกนที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยหรือไม่  


กรณีทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๕๔/๒๕๕๗ ว่า
๑. การที่ทองอินทร์ให้จุ่นมีสิทธิเหนือพื้นดินบนที่ดินของทองอินทร์ในการปลูกบ้านดังกล่าวอาศัยอยู่บนที่ดินดังกล่าวตลอดชีวิตของจุ่น เป็นการให้สิทธิเหนือพืนดิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๔๑๐ และ ๑๔๒๐
๒. สิทธิเหนือพื้นดินข้างต้น ถือเป็นทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แม้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อันทำให้ไม่บริบูรณ์ ตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๒๙๙ วรรคหนึ่ง แต่ก็ใช้บังคับกันได้ระหว่างทองอินทร์และจุ่น ในฐานะบุคคลสิทธิ และตกทอดไปยังทองเอกซึ่งเป็นทายาทของทองอินทร์ ตามกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๕๙๙ และ ๑๖๐๐
๓. ดังนั้น ทองเอกจึงไม่สามารถฟ้องขับไล่จุ่นและบริวารให้ออกไปจากบ้านและที่ดินไม่ได้ 
------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"ไม่ต้องมีพิธีหมั้น ก็ถือเป็นการหมั้นได้ หากมีการมอบของหมั้นให้ฝ่ายหญิงแล้ว"

6/25/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๕)
"ไม่ต้องมีพิธีหมั้น ก็ถือเป็นการหมั้นได้ หากมีการมอบของหมั้นให้ฝ่ายหญิงแล้ว"
​
ทองเอกได้คบหาดูใจกับชบามาเป็นเวลา ๑๐ เดือน  ก็ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน  ทั้งสองจึงไปซื้อแหวนเรือนทองฝังเพชร ๑ วง ราคา ๑ แสนบาท  และทองเอกก็ได้ให้แหวนดังกล่าวไว้กับชบา และได้มีการกำหนดวันจัดงานแต่งงานในอีก ๒ เดือนถัดไป  โดยทองเอกได้จองสถานที่จัดงาน พิมพ์การ์ดเชิญ ติดต่อผู้ใหญ่ให้มาเป็นเจ้าภาพ

ปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดที่จะจัดพิธีแต่งงาน ทองเอกก็ผัดวันแต่งออกไปเรื่อย  จนกระทั่ง ความปรากฏในภายหลังว่า ทองเอกได้คบหาและแต่งงานกับชงโคเพื่อนสนิทของชบา   ชบาจึงขอยกเลิกงานแต่ง แต่ไม่คืนแหวนให้ทองเอก

ทองเอกอ้างว่า ยังไม่ได้มีพิธีหมั้น  การหมั้นยังไม่เกิด แหวนดังกล่าวจึงไม่ใช่ของหมั้น ชบาต้องคืนแหวนให้กับตน


กรณีทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๙๐๕/๒๕๔๓ ว่า
๑. พฤติการณ์ที่ทองเอกซื้อแหวนเรือนทองฝังเพชรมอบให้ชบา ตลอดจนการจองสถานที่จัดงานพิธีแต่งงานและพิมพ์การ์ดเชิญ รวมทั้งการติดต่อผู้ใหญ่ให้มาเป็นเจ้าภาพในงาน แสดงว่าทองเอกประสงค์จะสมรสกับชบา การให้แหวนแก่ชบาถือได้ว่าเป็นการหมั้นและเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะมีการสมรสกันในเวลาต่อมา
๒. ดังนั้น แม้การหมั้นจะมิได้จัดพิธีตามประเพณีหรือมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาร่วมเป็นสักขีพยานก็เป็นการหมั้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  เมื่อทองเอกไปแต่งงานกับชงโค  ทองเอกจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น  ชบาไม่ต้องคืนแหวนหมั้น


------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"ลาออกจากบริษัท  ถ้าเข้าถึง email ของบริษัทโดยไม่มีอำนาจ มีความความผิดทางอาญานะครับ"

6/25/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๔)
"ลาออกจากบริษัท  ก็ไม่มีสิทธิเข้าถึง email ของบริษัทโดยไม่มีอำนาจ มิฉะนั้น มีความความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์"
​
สุธีเคยเป็นพนักงานของบริษัทไอดี สเตชั่น จำกัด โดยในระหว่างที่สุธีเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าว   บริษัทได้ให้สุธีมีสิทธิใช้ email ของบริษัท @idstation.com เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน

ต่อมา เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๐ สุธีได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๐ 

ปรากฏว่า ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐  สุธีได้ใช้ email ข้างต้น ส่งข้อมูลลับของบริษัทไอดี สเตชั่น จำกัด  ไปยัง email [email protected] ของตน  

สุธีมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฐานใด

กรณีทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๖๐๐/๒๕๖๓ ว่า
๑. ข้อมูลที่สุธีได้ส่งไป email ส่วนตัวของตน เป็นข้อมูลลับที่บริษัทหวงแหน ห้ามมิให้บุคคลอื่นได้เข้าถึง
๒. ดังนั้น การกระทำของสุธีซึ่งลาออกจากบริษัทไปแล้ว แต่สุธีก็ยังเข้าไปในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และส่งไฟล์ข้อมูลความลับของบริษัท email ของตน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท และมีความผิดตามมาตรา ๗ กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเมื่อระบบคอมพิวเตอร์ได้มีการกำหนดวิธีการเข้าสู่ระบบไว้โดยเฉพาะแล้ว หากสุธีซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิเข้าถึงระบบดังกล่าวเพราะได้ลาออกจากบริษัทไปก่อนหน้านี้แล้ว ได้เข้าไปสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท จึงไม่มีสิทธิหรืออำนาจที่จะสามารถทำได้อีกต่อไป 

หมายเหตุ
มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"email เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ"

6/23/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๓)
" email เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ"
​
email เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่นะ

ประเด็นนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๖๐๐/๒๕๖๓ ว่า
๑.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓ บัญญัติว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพ ที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
๒. ตามนิยาม “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔ ได้ให้ความหมายคำว่า “ข้ออิเล็กทรอนิกส์” ไว้ว่า “ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรศัพท์ หรือโทรสาร”
๓. ดังนั้น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐  ด้วย    
------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"รับจ้างเขียนโปรแกรม ส่งมอบแล้ว  กลับไปแก้ไขเพื่อให้เขาใช้ไม่ได้  ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์นะ

6/22/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๒)
"รับจ้างเขียนโปรแกรม ส่งมอบแล้ว  กลับไปแก้ไขเพื่อให้เขาใช้ไม่ได้  ผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์นะครับ"

กรกฎว่าจ้างตุลย์ทำหน้าที่เขียนโปรแกรมบริหารจัดการภายในด้วยระบบคอมพิวเตอร์ระหว่าง วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ในอัตราค่าจ้างเดือนละ ๑ แสนบาท   หลังจากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา  ตุลย์ส่งมอบระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินให้กรกฎโดยไม่มีข้อความระบุว่า "รุ่นทดลองใช้"

ต่อมาวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของกรกฏ ปรากฏข้อความขึ้นว่า "รุ่นทดลองใช้" กำหนดวันสิ้นสุดการใช้งาน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖  และเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ๓๐ วัน กรกฏไม่สามารถใช้งานระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินได้

จากการตรวจสอบของกรกฏ พบว่า หลังจากครบกำหนดสัญญาจ้าง ตุลย์ได้เข้าไปแก้ไขโปรแกรมให้ระบบดังกล่าวเป็นรุ่นทดลองใช้ เพื่อต่อรองเรียกค่าจ้างเพิ่มเติม

อย่างนี้ การกระทำของตุลย์จะผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์หรือไม่

ในเรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๓๔/๒๕๖๔ ว่า
๑. แม้ว่าตุลย์จะเป็นคนเขียนโปรแกรมดังกล่าว  แต่ก็ได้ส่งมอบให้กับกรกฏเมื่อครบสัญญาแล้ว  ตุลย์จึงไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปแก้ไขโปรแกรม โดยกรกฏร่วมไม่ยินยอมไม่ได้
๒. ดังนั้น การที่ตุลย์เข้าไปแก้ไขระบบโปรแกรม บัญชีและการเงินของกรกฏให้เป็นรุ่นทดลองใช้  เมื่อครบกำหนด ระยะเวลา ระบบโปรแกรมบัญชีและการเงินของกรกฎจึงไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โดยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อต่อรองค่าจ้าง ถือได้ว่าตุลย์กระทำการด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของกรกฏถูกระงับ ชอลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถ ทำงานตามปกติได้  จึงเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๐
    

------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"เมาแล้วขับสองครั้ง จึงติดคุก  อ้างเหตุต้องดูแลครอบครัวเพื่อให้รอการลงโทษไม่ได้นะ"

6/21/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๑)
"เมาแล้วขับ แต่ไม่เข็ด โดนจับอีก จึงติดคุก  จะอ้างเหตุต้องดูแลครอบครัวเพื่อให้รอการลงโทษไม่ได้นะครับ"

ปริมไปเที่ยวผับและดื่มไวน์ไปหลายแก้ว  มีอาการมึนเมา  แต่ก็ยังขับรถเพื่อกลับบ้าน  ปรากฏว่าเจอด่าน เลยถูกจับฐานขับรถขณะเมาสุรา   ปรากฏว่า ปริมเคยถูกจับเพราะเมาแล้วขับมาแล้ว และคดีนั้นศาลได้สั่งให้รอการลงโทษปริมไปแล้ว  ในคดีนี้ ศาลจึงสั่งจำคุกปริม ๘ เดือน และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ๖ เดือน

ปริมอุทธรณ์เพื่อขอให้ศาลรอการลงโทษ ด้วยเหตุที่ว่า   ปริม
มีภาระเลี้ยงดูบิดา มารดา คู่สมรส และบุตรอีกสี่คน

เรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๘๔/๒๕๖๓ ว่าปริมขับรถในขณะเมาสุรา อาจก่อให้เกิดอันตราย แก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นได้โดยง่าย และปริมเคยกระทำความผิด ข้อหานี้มาแล้ว ซึ่งศาลให้โอกาสปริมกลับตนเป็นพลเมืองดีด้วยการรอการลงโทษจำคุกให้ปริม แต่ปริมกลับมากระทำความผิดคดีนี้ซ้ำอีก ไม่เข็ดหลาบ การกระทำความผิดของปริมจึงเป็นเรื่องร้ายแรง หาใช่ความผิดเพียงเล็กน้อย แม้ปริมมีภาระเลี้ยงดูบิดา มารดา คู่สมรสภริยา และบุตราี่คน ภาระดังกล่าวก็เป็นหน้าที่ของบุคคลทั่วไปหาใช่แต่เพียงปริมเท่านั้น เพราะทุก ๆ คน มีภาระที่ต้องรับผิดชอบไม่แตกต่างกัน ทั้งหากปริมตระหนักว่า มีหน้าที่เช่นนั้น ก็คงไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก เนื่องจากจะทำให้บุคคลเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อน เหตุดังกล่าวจึงเป็นความจำเป็นส่วนตัวของปริม ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ศาลรอการลงโทษจำคุกให้ปริม

*หมายเหตุ 
กฎหมายจราจรทางบก

มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ
(๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน
(๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็น ทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
(๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารถ คนป่วย หรือคนพิการ
(๘) โดยไม่คำนึ่งถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
(๙) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์ เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น

มาตรา ๑๖๐ ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๒)ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือ จิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า หนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้ กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึง หนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่ น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กฎหมายอาญา
มาตรา ๕๖ 
  วรรคหนึ่งและวรรคสอง
     ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น
               (๑) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ
               (๒) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
               (๓) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
     และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้
    

------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments

"ระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาตเพราะเมาแล้วขับ  ลดไม่ได้นะครับ"

6/20/2023

0 Comments

 
Picture
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๐๐)
"ระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาตเพราะเมาแล้วขับ  ลดไม่ได้นะครับ"


ปริมไปเที่ยวผับและดื่มไวน์ไปหลายแก้ว  มีอาการมึนเมา  แต่ก็ยังขับรถเพื่อกลับบ้าน  ปรากฏว่าเจอด่าน เลยถูกจับฐานขับรถขณะเมาสุรา  ปริมจึงถูกศาลพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ๖ เดือน  

ปริมอุทธรณ์เพื่อขอลดโทษดังกล่าว โดยขอให้ศาลพักใช้ใบอนุญาตขับขี่น้อยกว่า ๖ เดือน

ศาลลดเวลาพักใช้ใบอนุญาตต่ำกว่า ๖ เดือนได้หรือไม่

ประเด็นนี้ ศาลวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๙๕/๒๕๖๔ ว่ากฎหมายจราจรทางบก  มาตรา ๑๖๐ ตรี วรรคหนึ่ง กำหนดให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๒) มีกำหนดไม่น้อยกว่า ๖ เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่นั้น เป็นมาตรการทำนองเดียวกันกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยในการที่จะคุ้มครองประชาชนทั่วไปมิให้ได้รับอันตราย ที่อาจเกิดจากการกระทำของผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น และเป็นบทบัญญัติที่บังคับให้ศาลต้องมีคำสั่งดังกล่าว เมื่อศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้ ดังนี้ การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของ ผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น จึงไม่ใช่โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ กรณีจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะลดเวลาสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ได้



*หมายเหตุ  กฎหมายจราจรทางบก
มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ
(๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน
(๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็น ทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
(๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารถ คนป่วย หรือคนพิการ
(๘) โดยไม่คำนึ่งถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
(๙) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์ เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น

มาตรา ๑๖๐ ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๒)ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือ จิตใจผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า หนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้ กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึง หนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่ น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
   ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่


------------------------
Great&Best Legal Knowledge Sharing
๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
0 Comments
<<Previous
    ปุกาศ ปุกาศ
    Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage  ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ ​https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ

    Archives

    April 2025
    March 2025
    February 2025
    January 2025
    November 2023
    October 2023
    September 2023
    August 2023
    July 2023
    June 2023
    May 2023
    April 2023
    March 2023
    February 2023

    Categories

    All

    RSS Feed

Greatbestlegal
  • HOME
  • BLOG: GB Legal Issues