|
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๔๐)
"เด็กปั๊มเติมน้ำมัน เห็นคนสูบบุหรี่ใกล้ๆ แล้วไม่หยุดเติม จนเกิดเพลิงไหม้ ถือว่าประมาททำให้เสียทรัพย์นะครับ" สนชัย เด็กปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง กำลังเติมน้ำมันให้รถที่มารับบริการ ปรากฏว่า ดำ จิ๊กโก๋บริเวณนั้นเดินเข้ามาตรงที่สนชัยกำลังเติมน้ำมัน และหยุดคุยกับสนชัยพร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย สนชัยไม่เตือนให้ดำดับบุหรี่และก็ไม่ได้หยุดเติมน้ำมัน ปรากฏว่า ก้นบุหรี่ที่ดำสูบ ได้ร่วงบริเวณนั้น ทำให้เกิดประกายไฟ ลุกบริเวณที่เติมน้ำมัน และลุกลามจนทำให้รถคันที่สนชัยเติมและรถบริเวณใกล้เคียง เสียหายไปหลายคัน สนชัยจะต้องรับผิดอะไรหรือไม่ เรื่องทำนองนี้ ศาลได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๖๐/๒๕๑๘ ว่า เหตุที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของนายสนชัย จนทำให้ทรัพย์ของคนอื่นเสียหาย สนชัยจึงมีความผิดฐานประมาทเลินเล่อทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา ๓๕๘ ประมวลกฎหมายอาญาครับ หมายเหตุ มาตรา ๓๕๘ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่ง ทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสีย ทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖
0 Comments
GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๙)
"ใช้แบงค์ปลอมไปหยอดตู้เพื่อเติมเงินเข้า wallet ถือว่าลักทรัพย์นะครับ" ข้าวเหนียว ซึ่งเหนียวสมชื่อ นำแบงค์พันปลอมที่ตัวเองได้มา ไปหยอดตู้เติมเงินของบริผาทแห่งหนึ่งที่ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งใจให้บริษัทนี้ โอนเงินเข้า wallet ของตนในจำนวน ๑ พันบาท ข้าวเหนียวมีตวามผิดฐานลักทรัพย์นะครับ เพราะถือว่ามีเจตนาทุจริตที่จะเอาเงินดังกล่าวไปแล้ว (ฎีกา ๑๐๘/๒๕๖๖) ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๘)
"ยื่นคำคู่ความต่อศาลทาง E หากกำหนดให้ยื่นภายในวันใด ต้องยื่นผ่านระบบภายในเวลาทำการของวันนั้นนะครับ" สืบเนื่องจากเรื่องที่ข้าวฟ่างซื้อที่ดินจากข้าวโพด โดยทำสัญญาเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และข้าวฟ่างก็ได้อยู่ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นเวลา ๑๒ ปี และได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ข้าวโพดไม่ยอม จึงฟ้องขับไล่ เมื่อได้รับคำฟ้อง ข้าวฟ่างจึงต้องมีหน้าที่ยื่นคำให้การ โดยครบกำหนดยื่นคำให้การในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ แต่เนื่องจากข้าวฟ่างเห็นว่ายื่นผ่านระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ประกอบกับ เป็นผู้ที่เชื่อเรื่องโชคลาง จึงยึดฤกษ์เวลา ๙ โมง ๕๙ นาที แต่บังเอิ๊ญ เลยฤกษ์ยาม เลยรอฤกษ์ยามอีกครั้งตอนทุ่ม ๕๙ นาที และยื่นคำให้การผ่านระบบในเวลา ดังกล่าว อย่างนี้ ถือว่าข้าวฟ่างยื่นคำให้การภายในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ แล้วหรือไม่ คำตอบคือ ไม่นะครับ เพราะการยื่นคำให้การผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องดำเนินการภายในเวลาทำการปกติของศาล เพราะหากยื่นผ่านระบบเสร็จสมบูรณ์นอกเวลาทําการปกติหรือนอกวันทําการปกติของศาล ข้อบังคับประธานศาลฎีกาให้ถือว่าเป็นการยื่นในเวลาแรกหรือวันทําการแรกที่ศาลเปิดทําการปกติถัดไป กรณีของข้าวฟ่าง เมื่อยื่นเลยเวลาทำการปกติของวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ จึงถือว่ายื่นคำให้การในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ซึ่งเลยกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การนะครับ หมายเหตุ ข้อกําหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการยื่น ส่ง และรับคําคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๗ ผู้ใช้ระบบอาจยื่นคําฟ้องตั้งต้นคดีทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดเวลาที่ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์เปิดใช้งาน โดยชําระค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดีขั้นต่ํา ตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศกําหนด การยื่นคําฟ้องตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้ใช้ระบบได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอน และชําระค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดีครบถ้วนตามขั้นตอนที่กําหนดไว้ในระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ การยื่นคําฟ้องตามวรรคหนึ่ง หากกระทําเสร็จสมบูรณ์นอกเวลาทําการปกติหรือนอกวันทําการ ปกติของศาล ให้ถือว่าเป็นการยื่นในเวลาแรกหรือวันทําการแรกที่ศาลเปิดทําการปกติถัดไป ทั้งนี้ ให้ถือตามเวลาของระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑๒ การยื่นคําให้การ คําคู่ความอื่น ๆ หรือเอกสารทางคดีอื่นใด อันนอกเหนือจากคําฟ้องตั้งต้นคดี ตามที่ได้กําหนดไว้เพิ่มเติมในประกาศสํานักงานศาลยุติธรรมทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ ให้นําขั้นตอนและวิธีการในการยื่นคําฟ้องมาบังคับใช้โดยอนุโลม ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๗)
"แม้จะไม่ได้กรรมสิทธิ์จากการซื้อขายที่ดิน เพราะไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ก็ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ได้" ข้าวฟ่างซื้อที่ดินจากข้าวโพด โดยทำสัญญาเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้าวฟ่างก็ได้อยู่ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นเวลา ๑๒ ปี ข้าวโพดก็เพิ่งได้สติ และมาขับไล้ข้าวฟ่างออกจากที่ดินแปลงดังกล่าว โดยอ้างว่า การซื้อขายเมื่อ ๑๒ ปีที่ผ่านมา ตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้าวโพดอ้างได้มั๊ยครับ???? คำตอบคือ อ้างเพื่อจะขับไล่ข้าวฟ่างออกจากที่ดินแปลงนี้ไม่ได้นะครับ เพราะแม้การซื้อขายที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผลของกฎหมายแพ่ง มาตรา ๔๕๖ ก็ตาม แต่......ข้าวฟ่างอยู่ในที่ดินแปลงนี้ โดย "สงบ" "เปิดเผย" และ "เจตนาเป็นเจ้าของในที่ดินแปลงดังกล่าว" เป็นระยะเวลามากว่า ๑๐ ปี ครบองค์ประกอบ ของการครอบครองปรปักษ์ ข้าวฟ่างจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ข้าวโพดจึงไม่สามารถขับไล่ข้าวฟ่างออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวได้ครับ ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๖)
"สัญญาซื้อขายที่ดิน ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่งั้นเป็นโมฆะ" ข้าวฟ่างซื้อที่ดินจากข้าวโพด โดยทำสัญญาเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย เพียงพอหรือไม่ ที่จะถือว่ามีผลผูกพันตามกฎหมาย คำตอบคือ ไม่พอนะครับ เพราะกฎหมายแพ่ง มาตรา ๔๕๖ วรรค ๑ ระบุว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ดังนั้น เมื่อการซื้อขายที่ดินระหว่างข้าวฟ่างและข้าวโพด ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะนะครับ ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๕)
"แม้จะชำระราคายังไม่ครบ แต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินถูกโอนไปเมื่อสัญญาซื้อขายที่ดินจดทะเบียนแล้ว" ประจักษ์ซื้อที่ดินจำนวน ๔ ไร่จากชไมพร และได้จดทะเบียนกับเจ้าพนักงานที่ดินเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยสัญญาซื้อขายมีกำหนดชำระราคาที่ดินจำนวน ๓ ปี คำถาม คือ ณ วันนี้ (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖) ซึ่งประจักษ์ยังชำระราคาที่ดินไม่ครบ อย่างนี้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่กับประจักษ์ หรือยังเป็นของชไมพร เรื่องนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๓๔/๒๕๕๔ ได้วางหลักไว้ว่า ๑.กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อขาย โอนไปเป็นของผู้ซื้อทันทีตั้งแต่ "จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว" ๒.ส่วนราคาทรัพย์สินที่ต้องชำระแก่กัน เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่เงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้น กรณีของประจักษ์ กรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนมาจากชไมพร และเป็นของประจักษ์ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นวันจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นะครับ ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๔)
"จอดรถในห้าง แล้วรถหาย ถ้าห้างไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ห้างต้องรับผิดนะครับ" แน่งน้อยขับรถไปห้างสรรพสินค้าเดอะแบก โดยไม่ได้มีการแจกบัตรผ่านเข้าออก แต่มีเพียงกล้องวงจรปิดไว้ตรงบริเวณที่รถผ่านเข้าห้างฯ เท่านั้น และแน่งน้อยได้จอดรถที่ชั้นใต้ดิน เพื่อไปทานอาหารในห้างกับครอบครัว ปรากฏว่าพอจะกลับ แน่งน้อยก็พบว่ารถของตนถูกขโมยไป อย่างนี้ ห้างสรรพสินค้าเดอะแบกจะต้องรับผิดหรือไม่ ศาลได้วินิจฉัยกรณีทำนองนี้ ไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๙๙/๒๕๖๐ ว่า ๑. การที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าและให้บริการแก่ลูกค้าจำเลยต้องให้ความสำคัญด้านบริการทั้งเรื่องสินค้าความปลอดภัยและความสะดวกสบายเพื่อสร้างความพึงพอใจเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการและซื้อสินค้าอันจะส่งผลต่อรายได้ของจำเลยโดยเฉพาะการบริการเกี่ยวกับสถานที่จอดรถที่กว้างขวาง มีปริมาณเพียงพอ สะดวกสบาย ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าที่จะมาใช้บริการห้างสรรพสินค้า ๒. ดังนั้น ห้างสรรพสินค้าจึงย่อมมีหน้าที่ต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้าที่มาใช้บริการรวมถึงรถยนต์ของลูกค้าที่นำมาจอดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าด้วย ห้างฯ จึงควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดรัดกุมโดยจัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยไว้คอยตรวจสอบดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ของลูกค้าสูญหาย ๓. การที่ห้างฯ ไม่จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลทรัพย์สินของลูกค้าและไม่มีมาตรการในการระมัดระวังมิให้คนร้ายเข้ามาลักรถยนต์ของลูกค้า คงมีเพียงกล้องวงจรปิดที่ใช้บันทึกภาพรถยนต์ที่ผ่านเข้าออกเท่านั้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า การกระทำของห้างฯ จึงเป็นการกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง เมื่อคนร้ายลักรถยนต์ของแน่งน้อยไป จึงถือว่าห้างสรรพสินค้าเดอะแบกทำละเมิด จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แน่งน้อย ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๓)
"สัญญาเช่าที่ครบกำหนด และผู้เช่าก็ยังครองทรัพย์นั้นอยู่ ผู้ให้เช่าก็ไม่ได้ว่าอะไร ถือว่าทำสัญญาใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลาครับ" อัคนีเช่าบ้านเรือนไทยของสโรชินี เป็นระยะเวลา ๒ ปีครึ่ง ปรากฏว่า พอครบกำหนดระยะเวลาเช่า อัคนีก็อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวต่อไป โดยสโรชินีก็ไม่ได้ทักท้วงหรือทวงบ้านหลังดังกล่าวคืน อย่างนี้ ถือว่าอย่างไร?? หลักกฎหมายในเรื่องนี้มีอยู่ว่า ถ้าสัญญาเช่าได้กำหนดเวลาการเช่าไว้ แต่เมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้เช่าก็ยังครอบครองทรัพย์นั้นอยู่โดยไม่คืนให้ผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าก็เฉยๆ ไม่ได้ทักท้วงอะไร กฎหมายให้ถือว่ามีการทำสัญญาเช่าใหม่ โดยไม่มีกำหนดเวลา ดังนั้น กรณีของอัคนี จึงเกิดสัญญาเช่าใหม่โดยสัญญาดังกล่าวไม่มีกำหนดเวลานะครับ *กฎหมายแพ่ง มาตรา ๕๗๐ "ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าซึ่งได้ตกลงกันไว้นั้น ถ้าผู้เช่ายังคงครอง ทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วงไซร้ท่านให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอัน ได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา" ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๒)
"สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า" อัคนีเช่าบ้านเรือนไทยของสโรชินี เป็นระยะเวลา ๒ ปีครึ่ง ปรากฏว่า พอเช่าไปได้ประมาณ ๑ ปี สโรชินีได้โอนที่ดินและบ้านเรือนไทยหลังดังกล่าวให้แก่ทิพอาภา ทิพอาภาไม่ประสงค์จะให้อัคนีเช่าต่อไป จึงอ้างกับอัคนีว่า สัญญาเช่าระหว่างอัคนีและสโรชินี ผูกพันระหว่างบุคคล ๒ คน เท่านั้น ไม่ผูกพันมาถึงทิพอาภา สัญญาเช่าจึงสิ้นสุดไปแล้ว ข้ออ้างของทิพอาภา ใช่มั๊ยอ่าาาาา????? คำตอบคือ ไม่ใช่นะครับ เพราะตามกฎหมายแล้ว การเช่าบ้าน ที่ดิน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ระงับลง เพราะการที่เจ้าของโอนบ้านหรือที่ดินดังกล่าว ไปให้คนอื่น โดยผู้รับโอนบ้านหรือที่ดินดงกล่าว จะต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่าด้วย ดังนั้น กรณีของอัคนี ไม่เพียงแต่สัญญาเช่า จะยังมีผลอยู่ต่อไป แต่ทิพอาภาต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของสโรชินีที่มีตามสัญญากับอัคนีด้วยนะครับ *กฎหมายแพ่ง มาตรา ๕๖๙ "อันสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย" ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ GreatBest Legal Issue (ฉ.๕๓๑)
"ผู้เช่าซื้อต้องผิดนัดสัญญาเช่าซื้อติดกัน ๒ งวด ผู้ให้เช่าซื้อจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้นะครับ" จากเรื่องเมื่อวานนี้ ตุ้ยนุ้ยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท โปร ลิสซิ่ง โดยมีการทำสัญญาถูกต้อง คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงนามกันถูกต้องเรียบร้อย ปรากฏว่า ตุ้ยนุ้ยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ๑ งวด อย่างนี้ บริษัทโปร ลิสซิ่ง จะสามารถยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ กฎหมายแพ่ง มาตรา ๕๗๔ กำหนดว่า ผู้ให้เช่าซื้อจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญา ก็ต่อเมื่อ ผู้เช่าซื้อจะต้องผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ๒ งวดติด ๆ กัน ดังนั้น ถ้าตุ้ยนุ้ยผิดนัดเพียงงวดเดียว บริษัทโปร ลิสซิ่ง ยังจะสามาไม่มีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญาได้ครับ มาตรา ๕๗๔ ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่ เป็นส่วนสำคัญเจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้ มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน และเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้า ครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้นท่านว่า เจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน และกลับเข้าครองทรัพย์สิน ได้ ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง ------------------------ Great&Best Legal Knowledge Sharing ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ |
ปุกาศ ปุกาศ
Blog นี้ เป็นส่วนต่อยอดมาจาก ที่ admin เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ใน fanpage ผู้อ่านสามารถติดตามฉบับย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/Englawgreatbest ครับ Archives
April 2025
Categories |
RSS Feed